TTh1376 ละครไทย รักหลงโรง ( ชาลิดา+จรณ) dvd 4 แผ่นจบ

TTh1376 ละครไทย รักหลงโรง ( ชาลิดา+จรณ) dvd 4 แผ่นจบ
  • รหัสสินค้า: TTh1376
  • สถานะ: มีสินค้าในสต๊อก
  • 80.00 บาท


ตัวเลือก



เรื่องย่อ รักหลงโรง





 หลังจากที่ตำรวจบุกทะลายงานปาร์ตี้งานหนึ่ง ก็ได้พบว่าดาราสาวซูเปอร์สตาร์ผู้โด่งดังก้องฟ้าเมืองไทยนามว่า กีรณา ดรุโณทัย (ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง) ถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ซึ่งก็ทำให้อนาคตที่เคยรุ่งโรจน์ของหญิงสาวดับวูบ ชะตาพลิกผันอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน แม้กีรณาจะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นอย่างไร แต่หลักฐานก็มัดเธอแน่นจนไม่อาจที่จะดิ้นหลุดในข้อหานี้ได้
    ภายหลังจากกีรณาถูกจับก็เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมไปทั้งประเทศ เนื่องจากเธอเป็นคนดัง และนอกจากเธอจะไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ยังได้รับการซ้ำเติมจากคนรอบข้าง เธอแทบไม่มีที่ยืนในสังคม ดาราคู่แข่งอย่าง โรสิตา (วิรากรานต์ เสณีตันติกุล) และ เนตรดารา (บุศย์สิริ รัตนาไพศาลสุข) ก็สะใจ นุ่มนิ่ม (ดีเจมะตูม) เป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ อารดา (พรนภา เทพทินกร) อาสาวของกีรณาก็ยังขายเธอให้กับ ท่านบวรฤทธิ์ (ศานติ สันติเวชกุล) เสี่ยผู้มีอิทธิพล กีรณาเจ็บช้ำน้ำใจมาก หลังจากประกันตัวออกมา กีรณาต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เธอได้พบกับ ตุลา (จรณ โสรัตน์) ชายหนุ่มที่มาจากต่างจังหวัด พยายามเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับไปเยี่ยม ยายขวัญ (โฉมฉาย ฉัตรวิไล) ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของเธอ ซึ่งเป็นเจ้าของคณะลิเก ซึ่งกีรณาไม่ได้เจอยายเป็นสิบปีแล้ว
    กีรณาตัดสินใจไปเยี่ยมยายที่ป่วย แต่ยังไม่ทันไปถึงบ้านยาย ก็รู้ว่ายายขวัญได้เสียชีวิตไปแล้ว กีรณาขอให้ตุลาพาไปงานศพเพื่ออำลายายเป็นครั้งสุดท้าย กีรณาเสียใจมากที่ยายตาย แต่ก็ยังปากแข็งจนตุลาหมั่นไส้ ชาวคณะลิเกไม่ว่าจะเป็น มัทรี (สุนารี ราชสีมา), กัณหา (นันทนัช โล่สุวรรณ) ลูกสาวของมัทรี รวมทั้ง ชาลี (ภูศิลป์ วารินรักษ์) และ หยกฟ้า (หทัยชนก สวนศรี) ต่างก็ไม่มีใครชอบกีรณาเท่าไหร่
    กีรณามางานรดน้ำศพยายด้วยความเสียใจ เธอรู้สึกใจหาย เพราะในวัยเด็กนั้นเธออยู่กับยายหลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต ซึ่งชีวิตในช่วงนั้นเป็นไปด้วยความคับแค้นยากจน ยายขวัญเป็นเจ้าของคณะลิเก รับการแสดงตามงานวัด ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้เงินไม่มากนัก ซึ่งต้องแบ่งให้กับนักแสดงรวมถึงนักดนตรี แต่ยายก็ยังยึดคณะลิเกเป็นอาชีพ ซึ่งกีรณาไม่ได้ชอบเอาเสียเลย เมื่อไปโรงเรียนก็ถูกเพื่อนล้อเลียน กีรณาจึงอยากออกจากคณะลิเกไปมีชีวิตที่สุขสบายกว่า มีชีวิตที่หรูหรา แล้ววันหนึ่งความฝันนั้นก็เป็นจริง เมื่ออารดาอาของเธอมารับ และบอกว่าจะพาไปอยู่ต่างประเทศ เธอจึงตกลงทันที ทอดทิ้งยายขวัญและคณะลิเกเอาไว้ข้างหลังอย่างไม่ใยดี อารดานำกีรณาไปอยู่ด้วยที่ต่างประเทศราวๆ หนึ่งปี และหลังจากที่กลับมากีรณาก็เดินทางตามความฝันของตัวเอง คือไปสมัครเป็นนักแสดง ซึ่งเธอก็ทำได้ดี โด่งดังขึ้นในช่วงเวลาไม่นาน และกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในปัจจุบัน
    แต่เมื่อเข้าวงการบันเทิง กีรณาถูกสร้างให้เป็นคนใหม่ ถูกเปลี่ยนชื่อเล่นจากแก้วเป็นแกรนด์ ส่วนชีวิตในวัยเด็กนั้นถูกปรับเปลี่ยนว่าเติบโตมาจากต่างประเทศ ซึ่งอารดานั้นก็เต็มอกเต็มใจที่จะให้กีรณาเข้าวงการบันเทิงอย่างเต็มตัว เพราะคือรายได้อันมากมายที่ช่วยให้ชีวิตของทั้งคู่ดีขึ้น โดยอารดาเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวดูแลให้เรื่องคิว เรียกค่าตัว โดยมีเจ๊แหม่มเป็นผู้หางานให้และกินเปอร์เซ็นต์อีกที ซึ่งในระหว่างที่กีรณามีชื่อเสียงเธอก็ไม่ได้ติดต่อกลับมายังยายขวัญอีกเลย ส่วนยายขวัญเองก็ปล่อยให้กีรณามีชีวิตของเธอ แต่ก็ติดตามข่าวอยู่เสมอ โดยไม่ติดต่อไปหาเช่นกัน
    เมื่อจัดงานศพยายขวัญเสร็จ กีรณาก็ถูกตุลาบังคับให้มาจัดการกับคณะลิเก ซึ่งทุกคนต่างก็มีความหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้ง ลุงเสริม (ครูบุญสร้าง เรืองนนท์), หล่อ (คิง ก่อนบ่าย) รวมทั้งเด็ก ๆ อย่าง กุ๊ก (ด.ญ.กานต์พิชชา ชุนหะ), กิ๊ก (ด.ญ.กานต์ชนิต  ชุนหะ) และ เปี๊ยก (ด.ช.ชนะเดช เขียวเซ็น) ส่วนกัณหา กับ หยกฟ้า ยิ่งไม่ชอบกีรณามากขึ้น ตอนแรกกีรณาคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน แต่เมื่อคิดว่าน่าจะมีอะไรที่พอจะขายและนำรายได้มาสู่เธอได้เธอจึงยอมไป เพราะตอนนี้เธอกำลังตกยาก เมื่อไปถึงกีรณาก็พบว่ายายขวัญได้เลี้ยงคนไว้ในคณะลิเกจำนวนกว่าสิบคน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นคนเก่าคนแก่ที่เธอเคยเห็นหน้า และอยู่กับยายขวัญมาเป็นสิบปี เมื่อทุกคนเห็นกีรณาก็ดีใจ แต่กีรณากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เธอเห็นว่าทุกคนคือภาระจึงประกาศว่าจะยกเลิกคณะลิเก และจะขายทุกอย่างที่ขายได้ โดยไม่สนใจเลยว่าการกระทำของเธอนั้นจะทำให้ใครเดือดร้อนหรือขาดรายได้ไปบ้าง เพราะคนทั้งหมดหากินกับคณะลิเกมานาน
    ตุลาซึ่งทนความเห็นแก่ตัวของกีรณาไม่ไหว เอาเอกสารสัญญาที่ยายขวัญได้ทำไว้กับนายจ้างที่มาจ้างการแสดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานวัดและงานแก้บนมาให้กีรณาดู และบอกว่าหากกีรณายกเลิกจะต้องจ่ายเงินค่ายกเลิกสัญญาเป็นสองเท่าของค่าจ้าง ซึ่งรวมแล้วก็เป็นจำนวนเงินหลายแสนบาท กีรณาตกใจ เธอไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ จึงปฏิเสธและทำเป็นไม่รับรู้จะกลับกรุงเทพฯ โดยที่ไม่แตะต้องอะไรเลย เคยอยู่กันมาอย่างไรก็ให้อยู่กันอย่างนั้น แต่ตุลาบอกว่าไม่ได้เพราะในสัญญายายขวัญได้ระบุว่ากีรณาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดหากยายขวัญมีอันเป็นไป เนื่องจากกีรณาเป็นทายาทคนเดียว อย่าว่าแต่เงินแสน ตอนนี้เงินหมื่นกีรณายังแทบไม่มี เหตุการณ์บังคับทำให้เธอต้องไปบริหารจัดการคณะลิเก
    กีรณากลับไปอยู่บ้านเดิมเมื่อสมัยที่เธอเป็นเด็ก ซึ่งเป็นบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ยกใต้ถุนสูง ที่นี่มีผู้คนในคณะลิเกอยู่ด้วยกันทำให้เธอไม่มีความเป็นส่วนตัว เวลานอนก็ต้องนอนกับกันหา ลูกสาวของมัทรี ซึ่งกันหาไม่ค่อยชอบกีรณานักเนื่องจากนิสัยส่วนตัวที่ขี้วีน ขี้เหวี่ยงของกีรณา ทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่ก็ยังต้องทนใช้ห้องเดียวกัน
    คณะลิเกประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย กีรณาจึงคิดจะเอาคนออก แต่ตุลาที่ทนไม่ได้กับความคิดอันเห็นแก่ตัวของกีรณา ก็เอาสัญญาอีกฉบับมาให้กีรณาดู ว่ากีรณาต้องเลี้ยงดูคนทั้งหมด หากไล่ใครออกต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนห้าแสนต่อคน ซึ่งกีรณาไม่มีเงินและไม่สามารถที่จะเลี้ยงคนเหล่านี้ได้ ตุลาก็ต้องช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กีรณาตลอด ขณะเดียวกันบางครั้งก็มี เสี่ยฮุ่ย (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) ซึ่งหลงรักมัทรีมานานแล้ว และลูกชาย ชิบ (กันต์ กรวิชญ์) ที่ชอบกัณหาคอยมาป่วน แต่ก็มี หมวดไรวินทร์ (ฐากูร การทิพย์) ซึ่งแอบชอบกัณหา มาคอยกันท่า และต่อร้องต่อเถียงกับกัณหาตลอด
    ชีวิตของกีรณาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และเธอก็พบว่าชีวิตที่แสนวุ่นวายนี้ก็มีความสุขได้เหมือนกัน กันหาและกีรณาเริ่มญาติดีกัน และคุยกันมากขึ้น และวันหนึ่งกันหาทะเลาะกับมัทรีเพราะกันหาต้องการออกจากโรงเรียนเมื่อไม่มียายขวัญคอยส่งเสียแล้ว ซึ่งกีรณาเองก็ไม่เห็นด้วยกับกันหา สุดท้ายจึงขอให้กันหาเรียนต่อโดยเธอจะเป็นผู้ส่งเสียเอง แต่มีข้อแม้ว่ากันหาจะต้องคืนเงินเธอทุกบาททุกสตางค์เมื่อเรียนจบ เพราะรู้ว่ากันหาเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีจะไม่ยอมรับเงินจากเธอฟรีๆ อย่างแน่นอน เมื่อได้รับข้อเสนอดังนั้นกันหาก็ยินยอม
    หยกฟ้านางเอกลิเกของคณะหนีไปกับผู้ชาย เป็นปัญหาให้คณะขาดนางเอกละคร กีรณาจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการเป็นนางเอกลิเกแทนทั้งที่ไม่เต็มใจ โดยมีข้อแม้ว่าเธอจะต้องแต่งหน้าให้หนาไม่ให้มีใครจำเธอได้ เพราะไม่อยากให้ใครมองว่าตกอับจนต้องมาแสดงลิเกในคณะเล็กๆ ซึ่งมัทรีก็รับปากจะทำตามที่กีรณาต้องการ
    แม้กีรณาเคยเล่นลิเกเมื่อตอนเด็ก แต่ในตอนนี้เธอก็จำไม่ได้ มัทรีฝึกสอนให้ การเล่นลิเกครั้งแรกของเธอไม่ดีนัก เนื่องจากกีรณาไม่กล้าที่จะร้องจะรำเต็มที่ เพราะเธอยังรู้สึกว่าตัวเองเคยเป็นซูเปอร์สตาร์ งานอย่างนี้ไม่เหมาะกับเธอเลย การแสดงล่มไม่เป็นท่า ถูกคนดูโห่ และเจ้าภาพขอเงินคืน ซึ่งหากคืนเงินไปก็จะไม่มีข้าวสารสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้เลี้ยงดูผู้คน กีรณาจึงไม่อาจคืนได้ สุดท้ายเธอขอแสดงใหม่ในวันพรุ่งนี้ ความเครียด ความกดดันทำให้กีรณาแอบไปร้องไห้ที่ริมคันนา ซึ่งตุลากำลังฉีดสมุนไพรฆ่าแมลงอยู่ในนาข้าวบังเอิญเห็นเข้า ซึ่งเขาก็รู้สึกเห็นใจและสงสาร ที่ผ่านมาเขาก็พบว่าเนื้อแท้ใจจริงของกีรณาก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไรนัก เพียงแต่โตมาในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เธอกลายเป็นคนเช่นนั้น จึงเขามาพูดเพิ่มแรงใจ "การเป็นนักแสดงไม่ว่าอยู่ในบทบาทไหนก็ต้องทำให้ดีที่สุด" ซึ่งคำพูดของตุลาทำให้กีรณาคิดได้ เมื่อต้องขึ้นแสดงอีกครั้งเธอก็ทำได้ดี และได้รับพวงมาลัยเป็นรางวัล แม้จะไม่มากมายนักแต่กีรณาก็มีความสุขอย่างประหลาด
    เมื่อรายได้หลักมาจากการแสดง กีรณาจึงคิดว่าจะต้องทำให้มีรายได้มากที่สุด จึงปรับเปลี่ยนบทลิเกให้มีความทันสมัย เดินเรื่องเร้าใจเพื่อเจาะกระแสกลุ่มคนที่ไม่ใช่เฉพาะคนแก่ เพราะเวลานี้กลุ่มคนที่ดูลิเกนั้นเหลือน้อยเต็มที ซึ่งชาวคณะต่างก็เห็นด้วย และเมื่อทำเช่นนั้นคณะลิเกก็เริ่มมีงานมากขึ้น เป็นที่กล่าวถึงบ้างในท้องถิ่นและในจังหวัดใกล้เคียง
    ตุลามองการเปลี่ยนแปลงของกีรณาด้วยความพอใจ อีกทั้งท่าทางของกีรณาไม่เหมือนคนที่ต้องอยู่กับยาเสพติด เขาจึงถามไถ่เรื่องราวทั้งหมดเพื่อจะช่วยเหลือเธอ กีรณาจึงเล่าให้ฟังถึงสาเหตุนั่น คือเธอถูกเชิญไปงานเลี้ยงและดื่มเครื่องดื่มตามปกติ แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อตรวจปัสสาวะออกมาจึงเป็นสีม่วง ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าเธอถูกใส่ร้าย แต่อย่างไรก็ตามเธอไม่มีหลักฐานมาแก้ต่างให้ตนเอง เมื่อได้ยินดังนั้นตุลาเริ่มสืบความเป็นไป หากกีรณาไม่ผิดเธอก็ไม่ควรถูกตราหน้าว่าเป็นดาราขี้ยา และกลายเป็นคนหมดอนาคตอย่างนี้ ตุลาปรึกษา รสิตา (พิมพ์ทอง วชิราคม) เพื่อนสนิทที่เรียนจบมาด้วยกัน เพื่อรื้อคดีของกีรณาขึ้นมาใหม่
    กีรณากับตุลาสนิทกันมากขึ้น เพราะเมื่อมีปัญหาในคณะลิเกตุลาก็จะมาช่วยเหลือตลอดเวลา ซึ่งกีรณาไม่เคยรู้ว่าตุลาเป็นทนาย และเข้าใจว่าเขาเป็นชาวนา เนื่องจากตุลาขอครอบครัวมาอยู่กระท่อมปลายนาเพื่ออ่านหนังสือ กีรณารู้สึกมีความสุข จนกระทั่งเธอถูกว่าจ้างไปเล่นแก้บนในงานหนึ่ง ซึ่งเป็นงานของลูกสาวผู้พิพากษาที่สอบเนติบัณฑิตได้ และในวันนี้เองที่เธอได้รู้ว่าตัวเองเข้าใจเรื่องตุลาผิดมาตลอด ตุลาไม่ใช่ชาวนาอย่างที่เธอเข้าใจหากเป็นว่าที่ผู้ช่วยผู้พิพากษา เพราะเขาสามารถสอบข้อเขียนผ่าน เหลือเพียงการสอบสัมภาษณ์เท่านั้น อีกทั้งยังได้รู้ด้วยว่าตุลาเป็นแฟนกับรสิตาลูกสาวของผู้พิพากษาหรือเจ้าภาพในวันนี้ สิ่งที่รับรู้ทำให้กีรณารู้สึกต่ำต้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เมื่ออยู่บนเวทีเธอจำต้องแสดงต่อไป หลังจากแสดงจบเธอก็กลับมาร้องไห้ รู้สึกโกรธตุลาที่ทำเหมือนเธอเป็นตัวตลก จึงไม่ยอมพบและไม่ยอมพูดคุยกับชายหนุ่ม อีกทั้งเห็นว่าเขากำลังจะได้เป็นผู้พิพากษา ดังนั้นเขาไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีคดียาเสพติดติดตัวอย่างเธอ เพราะอาจมีผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาในอนาคตได้
    แล้ววันหนึ่งตุลาก็มาหากีรณาพร้อมกับมอบของให้ นั่นก็คือกล่องใบหนึ่งที่ยายขวัญบอกให้เขามอบให้เธอ ซึ่งความจริงเขาควรจะมอบให้ตั้งแต่วันเผาศพ แต่การกระทำของเธอทำให้เขาไม่อาจมอบให้เธอได้ เมื่อกีรณาเปิดดูก็พบว่าเป็นสมุดที่ยายขวัญตัดภาพของเธอเก็บเอาไว้ ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการและเก็บสะสมเรื่อยมา ซึ่งก็ทำให้กีรณาร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ที่เธอละเลยยายขวัญ และที่ทำให้เธอเสียใจยิ่งกว่าคือสมุดเงินฝาก ซึ่งมีเงินกว่าห้าล้านโดยระบุว่าเงินทั้งหมดมอบให้เธอและอีกสามล้านสำหรับคนในคณะลิเก กีรณากลับไปหาตุลาด้วยความโกรธที่เขาปิดบังเรื่องนี้ เธอตบหน้าเขาที่เขาโกหก ปล่อยให้เธอต้องเผชิญเรื่องราวร้าย ๆ หากเธอได้เงินก้อนนี้มาตั้งแต่แรกเธอคงไม่ต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในคณะลิเก แต่เมื่อกลับมาย้อนคิด หากเธอได้เงินจำนวนนี้ตั้งแต่ตอนนั้น เธอก็คงจะไม่ได้รู้จักคำว่าครอบครัว ไม่รู้จักคุณค่าของความรัก ไม่รู้จักความสุขจากการให้ และการได้รับ นี่คือของขวัญที่เธอได้รับจากตุลา ซึ่งก็ทำให้เธอหายโกรธ แต่ถึงอย่างนั้นเธอและเขาก็ไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกันอยู่ดี
    กีรณาถอนเงินทั้งหมดออกมาเพื่อมอบให้คนในคณะทุกคนเป็นโบนัส ให้ทุกคนได้ทำทุน เพราะคิดว่าทุกคนน่าจะมีงานอย่างอื่นบ้าง เช่นมีที่ดินเป็นของตัวเอง หากแก่ตัวไปเมื่ออยู่ในคณะไม่ได้จะได้มีที่ไป ส่วนเธอนั้นจะยังทำลิเกต่อไปและจะฝึกเด็กใหม่ๆ ขึ้นมา อีกทั้งยังหาโอกาสเสนอช่องทางการแสดงเพิ่ม ด้วยการออกรายการโทรทัศน์กับช่องเคเบิล
    วันหนึ่งกีรณาได้รับหมายศาลจากคดียาเสพติดของเธอ ซึ่งเธอไม่รู้ตัวมาก่อน และไม่ได้เตรียมทนาย จึงขอให้ทางสภาทนายจัดหาทนายสำหรับคนจนให้ เนื่องจากเธอไม่เห็นความสำคัญของการขึ้นศาลครั้งนี้ เพราะโทษของเธอไม่ถึงกับติดคุก เนื่องจากมียาเสพติดไม่เกินที่กฎหมายบอกว่ามีไว้เพื่อจำหน่าย ไม่ว่าจะผิดหรือถูก เธอรู้ตัวเองดี และถึงแม้ชนะไป ก็ใช่ว่าจะทำให้เธอมีความสุขมากขึ้น กีรณาไปที่ศาลซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ตุลามาสอบสัมภาษณ์ เธอกับเขาเจอกันหน้าตึก ตุลาเดินจากไปพร้อมกับรสิตา ซึ่งก็สร้างความเจ็บปวดให้กับกีรณาอย่างเหลือเกิน
    ทุกคนในคณะมาให้กำลังใจกีรณาก่อนจะมีการเบิกตัวทนาย และกีรณาต้องตกใจเมื่อพบว่าทนายความของเธอนั้นคือ ตุลา เขาละทิ้งโอกาสการสอบสัมภาษณ์มาช่วยเธอต่อสู้คดี ตุลานำหลักฐานต่าง ๆ พร้อมกับเบิกตัวพยานว่ามีผู้นำยาใส่ในแก้วน้ำและในกระเป๋าของกีรณา ซึ่งคนที่ทำก็คือเนตรดารา ดาราร่วมช่องของเธอ ซึ่งเวลานี้กำลังกลายเป็นดาราดัง เพราะงานที่เคยเป็นของกีรณาตกเป็นของดาราผู้นี้ทั้งสิ้น เมื่อความจริงเปิดเผยกีรณากลายเป็นผู้บริสุทธิ์ บริษัทต่างๆ ก็ติดต่อกีรณามาให้ร่วมงานเหมือนดังเดิม ซึ่งเธอก็ยอมหวนกลับสู่วงการ ไปทำงานเก่าที่ค้างไว้ให้หมด และยิ่งได้กลับมาที่วงการบันเทิง กีรณาก็รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเธอ คอนโดหรูกลางใจเมืองที่เธอเคยคิดว่ามันเป็นหอคอยงาช้าง ในเวลานี้ช่างอ้างว้างและโดดเดี่ยว ไม่เหมือนห้องเล็กๆ ที่บ้านยายขวัญ แม้จะอึดอัดแต่ก็อบอุ่น กีรณาเฝ้ารอวันที่จะหมดสัญญากับทางบริษัท และกลับไปสู่อ้อมแขนของครอบครัว
    เมื่อทำงานเสร็จ กีรณาก็กลับไปที่บ้านยายขวัญ ซึ่งเธอมอบหน้าที่ดูแลคณะลิเกที่เติบโตขึ้นให้กับกัณหาช่วยดูแลอีกทางหนึ่ง และเมื่อไปถึงเธอก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปยังกระท่อมปลายนาของตุลา ซึ่งเธอคิดว่าเขาไม่น่าจะอยู่ที่นี่แล้ว เมื่อเข้าไปเธอก็พบรูปภาพของตัวเอง ข่าวคราวที่ตุลาตัดไว้หลังจากที่เธอพ้นคดี เมื่อประตูเปิดออกตุลามาปรากฏตัว ทั้งคู่ตกใจ ซึ่งกีรณาค่อนข้างมั่นใจว่าตุลาเองก็น่าจะมีใจให้ตน จึงตัดสินใจเปิดคำถามบุก ตุลาตกเป็นผู้ต้องหาที่ถูกไต่สวนหัวใจ ซึ่งเขาไม่อาจที่จะเก็บซ่อนสิ่งที่มีอยู่ได้ จึงสารภาพออกไปว่ารักกีรณา กีรณาจึงจัดการพิพากษาหัวใจทนายหนุ่มทันที บอกให้เขาชดใช้การโกหกหลอกลวงเธอด้วยการดูแลเธอไปตลอดชีวิต ทุกคนมีความสุข ขณะที่ตุลากับกีรณาตัดสินใจแต่งงานกัน และสานต่อคณะลิเกต่อไป คู่ของหมวดไรวินทร์กับกัณหาก็ลงตัวไม่มีปัญหา เช่นเดียวกันชาลีและหยกฟ้า ซึ่งแสดงเป็นพระเอกนางเอกคณะลิเก สานต่อลิเกกันต่อไป ติดตามชมความสนุกสนานของละคร รักหลงโรง …