AD004 ตรีมูรติ DVD 8 แผ่น

AD004 ตรีมูรติ DVD 8 แผ่น

  รายละเอียด

 เรื่องย่อตรีมูรติ

...  พาลารก ปรภมินทรนีลชฎิล ภสมางคราโคชวลศานต นทวิลีนจิตตปวน ศารทูลจรมามพรม พรหมชไชญะ สนกาทิภิะ ปริวฤต สิทไธะ สมาราธิตม อาเตรย สมุปาสมเห หฤทิมุท เธยย สทา โยคิภะ

         ด้วยความสุขใจที่เปี่ยมล้นในหัวใจ ข้าฯขอไหว้พระทัตตาเตรยะ ผู้มีรัศมีเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นใหม่ ผู้มีมุ่นมวยผมสีเหมือนมรกต ผู้มีสีของร่างกายขาวด้วยขี้เถ้า (ทาตัว)ผู้สงบ ผู้ได้ผสมผสานคือใจเข้ากับเสียงดนตรี ผู้นุ่งหนังเสือ ผู้ถูกแวดล้อมโดยพวกฤาษีที่รู้พรหม (กลายเป็นพรหม)มีสนกฤษีเป็นต้น ผู้ที่ถูกบูชาโดยพวกสิทธะทั้งหลาย (ผู้ที่สำเร็จที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ) และผู้ที่พวกโยคีทั้งหลายนึกถึงในสมาธิตลอดเวลา

           มีคนรู้จักกันเล่าให้ฟังว่าได้มีโอกาสไปเที่ยวเขมรเมื่อหลายปีที่ผ่านมามี คนรู้จักกันให้รูปปั้นเทพเจ้าในศาสนาฮินดูที่มีพระพักตร์ (เศียร) ถึง ๓ เศียรเป็นศิลปะสมัยขอม ตัวองค์เทวรูปเป็นสีดำ เจ้าของเทวรูปบอกว่าคนที่ให้เป็นชาวเขมรที่รู้จักกันให้มาเป็นของที่ระลึกใน ฐานะที่ช่วยเหลือกันมาซึ่งเทวรูปดังกล่าวเป็นของตกทอดมาจากรุ่นปู่ คนรู้จักกันได้เทวรูปดังกล่าวมาหลายปี พอมาถึงเมืองไทยก็เอามาตั้งไว้ที่หิ้งพระแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่รู้ว่าเป็น เทวรูปอะไร เจ้าของเทวรูปจึงพาไปดูองค์เทวรูปที่ห้องพระ พอเห็นเทวรูปเท่านั้นก็บอกกับเขาว่า เป็นเทวรูปพระตรีมูรติในศิลปะแบบเขมร

           พอเจ้าของได้ยินชื่อ ตรีมูรติ  ก็ออกจะทำหน้างงสักเล็กน้อย เพราะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เขาขอให้อธิบายถึงความหมายของ พระตรีมูรติ  ว่าหมายถึง เทพเจ้า  องค์ใดในศาสนาฮินดู ส่วนใหญ่ที่คนไทยเห็น รูปเคารพ  ของพระตรีมูรติจะเป็นภาพวาดสี่สี ในภาพเป็นรูป พระตรีมูรติ มีสามเศียร หกกร ในพระหัตถ์ทรงอาวุธ อาทิ ตรีศูล จักร สังข์ หม้อน้ำ บัณเฑาะว์ มีพาหนะอาทิ สุนัข พระโค รายล้อม ภาพวาด พระตรีมูรติ  ส่วนใหญ่มักจะเป็นภาพวัยเด็กบ้าง หรือกำลังโตเป็นวัยรุ่น

           พระตรีมูรติ  (เทพทัตตาเตรยะ) เป็นรูปหนึ่งของพระวิษณุ (นารายณ์) ที่รวมเทพทั้งสามไว้ในพระองค์ มีพระเศียร ๓ เศียร แทนพระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ มีสุนัข ๔ ตัวติดตาม สุนัขเป็นตัวแทนพระเวททั้ง ๔ และมีแม่โคศักดิ์สิทธิ์ ๑ ตัวติดตามด้วย  กล่าวคือการรวมพลังของเทพเจ้าทั้งสามได้แก่ พระพรหม พระอิศวร (ศิวะ) และพระวิษณุ (นารายณ์)ไว้ในรูปเดียวหรือร่างเดียว อาวุธและพาหนะที่ปรากฏในภาพคือ อาวุธและพาหนะประจำองค์เทพเจ้าทั้ง ๓ องค์นั่นเอง พระตรีมูรติ จึงมีพลังของเทพเจ้าทั้งสามในรูปเดียวคือ การสร้างโลก (สฤษฏิ)  เป็นพลังของพระพรหม รักษาโลก (สถิติ)  เป็นพลังของพระวิษณุ (นารายณ์)  และทำลายโลก (ประลัย) เป็นพลังของพระอิศวร (ศิวะ) การรวมตัวกันของ พลังทั้งสาม  คือการแสดงออกของปรมาตมันพลังอันยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้าในสรรพสิ่ง

           ถ้าจะพูดถึงที่มาของการกำเนิด พระตรีมูรติ มีกล่าวไว้หลายตำนาน กำเนิดของ พระตรีมูรติ มีแหล่งที่มาที่แตกต่างกันในรายละเอียด ที่ในความแตกต่างกันนั้นแสดงถึงวันเวลาที่จารึกตำนานาที่มีความเชื่อกันใน แต่ละยุคไม่เหมือนกันโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับลัทธิที่นับถือ พระทัตตาเตรยะ(ตรีมูรติ) มีการบูชา พระตรีมูรติ โดยทั่วไปนิยมสร้างรูปปั้นหรือรูปหล่อ เป็นการแสดงออกทางรูปธรรมที่ประชาชนทั่วไปมีต่อสิ่งสูงสุด ทั้งนี้คนส่วนใหญ่เชื่อกันว่าหากบูชา พระตรีมูรติ  จะมีความหมายที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ทั้งในชีวิต ความรัก และการงาน เทพทัตตาเตรยะเป็นอวตารของมหาวิษณุ (พระนารายณ์) มีฤาษีอัตริเป็นบิดาและนางอนุสูยาเป็นมารดา เรื่องที่กล่าวไว้ในพฺรหมณฺฑปุราณ อัธยายที่ ๑๙ ถึง ๔๐ มีดังนี้

           มีฤาษีตนหนึ่งชื่อ อณิมาณฺฑวฺย (อะ-นิ-มาน-ดับ-วยะ) ขณะที่ฤาษีตนนี้นั่งสมาธิอยู่ โจรกลุ่มหนึ่งได้หนีเจ้าหน้าที่ผ่านมาทางนั้น ตำรวจหลวงที่ติดตามโจรได้สอบถามถึงโจรกับฤาษี ฤาษีอยู่ในสมาธิจึงไม่ยอมปริปากใด ๆ ตำรวจหลวงเข้าใจว่าฤาษีนั่นเองเป็นโจร จึงจับมัดมือมัดเท้านำไปเฝ้าพระราชา พระราชาทรงตัดสินประหารชีวิตฤาษีโดยใช้วิธีเสียบด้วยตรีศูล เจ้าหน้าที่ได้ทำตามนั้น และนำฤาษีที่ถูกเสียบแต่ยังไม่ตายไปปักไว้บนยอดเขาในระหว่างนั้น นางศีลวตี ซึ่งเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อสามีอย่างยิ่ง เดินทางผ่านมาทางนั้น โดยให้สามีชื่อ อุครศรวัส (อุค-คระ-คระ-วัส) ขี่คอ เพื่อไปยังบ้านของหญิงแพศยา ขณะที่ฝนตกทำให้ทางเดินลำบาก อุครศรวัส ได้ด่าทอฤาษีหาว่าเป็นตัวการทำให้ฝนตก ฤาษีโกระจึงสาปให้ศีรษะของอุครศรวัสแตกเป็นเจ็ดเสี่ยงเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ศีลวตีได้ยินคำสาปนางมีความซื่อสัตย์ต่อสามีมาก จึงตั้งจิตอธิษฐานไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งคำอธิษฐานก็ได้ผล

           เมื่อพระอาทิตย์ไม่ขึ้น ทำให้เดือดร้อนไปทั่วจักรวาลรวมถึงเทวดา เทวดาพากันไปเฝ้าพระพรหม พระพรหมช่วยอะไรไม่ได้ จึงพากันไปเฝ้าพระศิวะ พระศิวะก็ช่วยอะไรไม่ได้ จึงพากันไปเฝ้าพระมหาวิษณุ พระตรีมูรติ (พระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุ) จึงพากันไปหานางอนุสูยาเพื่อให้นางขอร้องศีลวตี ถอนคำอธิษฐาน นางอนุสูยา และเทพตรีมุรติ จึงไปพบนางศีลวตี และขอร้องให้นางถอนคำอธิษฐาน นางก็ยอมตามที่ขอ และเทพตรีมูรติได้ให้คำมั่นสัญญาว่า อุครศรวัส จะไม่ตาย เทพตรีมูรติยินดีในความสำเร็จจึงให้นางอนุสูยาขอพร นางอนุสูยาขอพรให้เทพทั้งสามมาเกิดเป็นลูกของนาง เทพตรีมูรติ จึงให้พรตามที่ขอ พระวิษณุจึงเกิดจากนางเป็น พระทัตตาเตรยะ พระศิวะเป็น ทุรวาสัส และพระพรหมเป็นพระจันทร์ พระทัตตาเตรยะ บำเพ็ญตบะตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และได้เป็นฤาษีทัตตาเตรยะ

           แต่หากมองตามความหมายทางธรรมของความเชื่อในศาสนาฮินดูแล้ว การบูชา พระตรีมูรติ  คือการที่บุคคลนั้นกำลังบูชาเพื่อรับรู้และเข้าถึงสภาวธรรมทั้งสามอัน ได้แก่ การสร้าง การดำรงอยู่ และแตกสลายไปของสิ่งทั้งปวง (ไตรลักษณ์ : ทุกขํ อนิจฺจํ อนตฺตา) แต่เดิมความเชื่อในยุคต้นของพระตรีมูรติแบ่งได้มาตั้งแต่ยุคพระเวทตอนต้น ยุคพระเวทตอนปลายและตรีมูรติ ในศาสนาฮินดูยุคใหม่ ซึ่งความเชื่อที่ส่งผ่านมาในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา กันต่อเนื่องตามลำดับ..

  • รหัสสินค้า: AD004
  • สถานะ: มีสินค้าในสต๊อก
  • 160.00 บาท


ตัวเลือก